Archive for March, 2008

6 weeks follow up with GP

Wednesday, March 19th, 2008

Today I and Focus have an appointment with GP in order to follow up 6 weeks postnatal care. Everything is alright and nothing is wrong. Focus allow the doctor to check her physical exam as well without crying and today she gain 3.99 Kg weight.

วันนี้หมอนัด Follow up แม่และลูกพร้อมกันเพื่อติดตามหลังคลอด 6 สัปดาห์ ว่ามีปัญหาอะไรไหม
ก็ถามปัญหาทั่วไป ตรวจเเต้านมแม่ ดูแผลผ่าตัด หมอก็บอกว่าแผลสวยดี และแนะนำให้แม่ดื่มน้ำมากๆเพื่อจะได้สร้างน้ำนมได้ดีขึ้น

ต่อไปก็ตรวจร่างกายลูก โชดดีที่โหกัสให้ความร่วมมือดีมาก ไม่ร้องเลย หมอเลยตรวจได้อย่างสบายๆ แต่บอกหมอไปว่าโฟกัสจะมีปัญเรื่องการถ่าย สองสามวันจะถ่ายครั้งนึง หมอก็แนะนำให้ดื่มน้ำเพิ่มมากขึ้นระหว่างมื้อนม โฟกัสก็ดันอึโชว์เลยพอแม่บอกว่านานๆถ่ายที ไม่รักษาหน้าแม่เลยนะเลูกนะ แต่แอบดีใจเพราะว่าวันนี้ถ่ายแล้ว อิอิ หลังจากนั้นก็ชั่งน้ำหนักลูก วันนี้หนัก 3.99 กิโล ขึ้นมาจะ สี่โลแล้วหนอ

focus

Poo-Poo

Saturday, March 15th, 2008

She always feel uncomfortable whenever she want to poo. It seem everything is not beautiful for her before she can past it. On the other hand, she will be very happy again after evacuation.

First Vaccine

Friday, March 14th, 2008

Today Focus has appointment to have first vaccine,BCG vaccine or bacille Calmette-Guérin, at health centre. Actually BCG is usually given for children after birth 1-2 days in Thailand but in the UK it is usually given when the babies are one years old to 15 years. In case of Focus she has to get this vaccine earlier because she will visit Thailand with me in the next 6 months,and there are a large number of Tuberculosis disease in Thailand, so she must get this vaccine before travel.

วันนี้หมอนัดให้โฟกัสไปฉีดวัคซีนเข็มแรก คือ BCG จริงๆถ้าคลอดเมืองไทย โฟกัสจะได้ฉีดตั้งแต่แรกคลอดที่ โรงพยาบาลแล้ว เพราะบ้านเรามีวัณโรคชุกชุม แต่ที่นี่ส่วนใหญ่เขาจะฉีดตอนเด็กอายุได้ 1 ปี แต่ด้วยว่าเราบอกกับพยาบาลไปว่าจะพาลูกไปเมืองไทยตอนอายุได้ 6 เดือน เขาเลยทำหนังสือส่งมาให้ไปฉีดได้วันนี้ เพื่อให้มันสร้างภูมิได้ทันก่อนที่จะออกเดินทาง

วัคซีนป้องกันวัณโรคบีซีจี (BCG vaccine)

วัคซีนป้องกันวัณโรคหรือวัคซีนบีซีจี ประกอบด้วยเชี้อวัณโรคพันธุ์พิเศษที่ยังมีชีวิตอยู่แต่หมดฤทธิ์ในการทำให้เกิดโรค (attenuated strain of M. bovis ) มีชื่อเต็มว่า Bacillus Calmette-Guerin Vaccine ซึ่งตั้งเป็นอนุสรณ์แก่ผู้คิดค้นวัคซีนนี้

ชนิดของวัคซีน

วัคซีน บีซีจี ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเป็นชนิดผงแห้ง มีความทนทานต่อความร้อนได้ดี และเก็บรักษาไว้ใช้ได้นาน

ลักษณะทางกายภาพ

ผงแห้งของวัคซีนมีลักษณะเป็นเกล็ด ใสไม่มีสี หรือมีสีเหลืองอ่อน

ส่วนประกอบของวัคซีน

ใน 1 มล. ของวัคซีน บีซีจี ชนิดผงแห้งประกอบด้วยเชื้อบีซีจี มีน้ำหนักระหว่าง 0.1 ถึง 1.0 มก. แล้วแต่บริษัทหรือสถาบันที่ผลิต และประมาณว่ามีจำนวนเชื้อระหว่าง 2 ล้าน ถึง 10 ล้านตัวต่อ มล. ตามที่องค์การอนามัยโลกกำหนด

ขนาดบรรจุ

วัคซีน บีซีจี ชนิดผงแห้งที่ใช้ในประเทศไทยขณะนี้มีขนาดบรรจุขวดละ หรือหลอดละ 10 โด๊ส ใช้ผสมด้วยน้ำกลั่นจำนวน 1 มล.

ขนาดและวิธีใช้

การให้วัคซีน บีซีจี ให้ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง (intradermal injection)

ขนาดที่ใช้ครั้งละ 0.1 มล. ทุกหมวดอายุ

ตำแหน่งที่กำหนดให้ฉีดคือที่ใต้ผิวหนังบริเวณกล้ามเนื้อส่วนบนของต้นแขน (เดลตอยด์)

ปัจจุบันเข็มและกระบอกฉีดวัคซีน บีซีจี ที่นำมาใช้กันทั่วๆไป มี 2 ลักษณะ คือ

1. เข็มเบอร์ 26 G ½ นิ้วหรือเข็มเบอร์ 27 G ½ นิ้ว และกระบอกฉีดพลาสติก 1.0 มล. ทำให้ปราศจากเชื้อมาแล้ว ใช้ครั้งเดียวทิ้ง บรรจุรวมอยู่ในแผงเดียวกันทั้งเข็มและกระบอกฉีด
2. เข็มเบอร์ 26 G ½ นิ้วหรือเข็มเบอร์ 27 G ½ นิ้ว และกระบอกฉีด 1.0 มล.บรรจุแยกกันคนละส่วน เข็มที่ใช้เป็นเข็มที่ทำให้ปราศจากเชื้อแล้วใช้ครั้งเดียวทิ้ง ส่วนกระบอกฉีดอาจเป็นพลาสติกที่ปราศจากเชื้อแล้วใช้ครั้งเดียวทิ้ง หรือเป็นแก้วที่มีแกนในเป็นเหล็กซึ่งใช้ซ้ำได้อีก แต่เมื่อจะฉีดแต่ละครั้งต้องทำให้ปราศจากเชื้อเหมือนกระบอกฉีดที่ทำด้วยแก้วทั่ว ๆ ไป

วิธีผสมวัคซีน

วัคซีนบรรจุในขวดแก้วมีจุกยางก่อนแทงเข็มผ่านจุกยาง ให้ใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์ 70 % เช็ดทำความสะอาดจุกให้แห้ง

ใช้กระบอกฉีดวัคซีนดูดน้ำกลั่น จำนวน 1 มล. ค่อยๆหยดน้ำกลั่นลงในหลอดหรือขวดวัคซีน พร้อมทั้งเขย่าเบาๆจนละลายหมด

วัคซีนที่ละลายแล้วจะต้องเก็บไว้ในกระติกน้ำแข็งตลอดเวลา และเมื่อนำขึ้นจากกระติกน้ำแข็ง ก่อนจะดูดไปใช้ต้องเขย่าเบาๆทุกครั้ง

กระบอกฉีดที่ทำความสะอาดโดยวิธีต้ม อาจมีน้ำค้างภายในและรูเข็ม ควรดูดน้ำยาวัคซีนจำนวนเล็กน้อยพ่นทิ้งไปครั้งหนึ่งก่อน จึงจะดูดใหม่เพื่อใช้จริงๆ

ต้องระวังมิให้วัคซีนถูกแสงแดดโดยตรง ขณะที่ยังไม่ได้ฉีดต้องเก็บกระบอกฉีดในกล่องโลหะอะลูมิเนียม โดยปิดฝาตลอดเวลา ก่อนฉีดทุกครั้งต้องเขย่ากระบอกฉีด เพื่อให้วัคซีนกระจายเป็นเนื้อเดียวกัน

ปฏิกิริยาจากการฉีดวัคซีน

หลังจากฉีดเข้าใต้ผิวหนัง น้ำยาจะดันผิวหนังให้โป่งนูนและเห็นรูขุมขนกว้างประมาณ 6-8 มม. หลังฉีดประมาณ 1 ชั่วโมง จะยุบหายไปคงเห็นเป็นสีแดงๆตรงบริเวณรอยเข็มแทงอีก 2-3 วัน

ระหว่างสัปดาห์ที่ 2-3 จะมีตุ่มสีแดงๆเกิดตรงที่ฉีด ตุ่มจะโตขึ้นช้าๆกลายเป็นฝีเม็ดเล็กๆและมีหัวหนอง เมื่อฝีแตกจะเกิดเป็นปากแผลกว้าง 4-5 มม. แผลนี้จะปิดๆเปิดๆอยู่ประมาณ 3- 4 สัปดาห์ แล้วจะแห้งหายไป

ในบุคคลที่เคยได้เชื้อวัณโรคตามธรรมชาติหรือเคยได้รับวัคซีนบีซีจีมาก่อนปฏิกิริยาบวมแดงที่ผิวหนังหลังฉีด บีซีจี จะเกิดเร็วกว่าผู้ที่ยังไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีน คือจะเกิดเป็นตุ่มนูนแดงในเวลา 24-48 ชั่วโมง ปฏิกิริยาบวมแดงที่ผิวหนังหลังฉีด บีซีจี จะเกิดเร็วกว่าที่กล่าวไว้แล้ว คือ จะเกิดเป็นตุ่มนูนในเวลา 24-48 ชั่วโมง ปฏิกิริยาบวมแดงและขนาดปากแผลจะรุนแรงกว่าพวกที่ยังได้รับเชื้อมาก่อนเล็กน้อย แต่ก็จะไม่เกิดอันตรายใดๆ เมื่อแผลแห้งสะเก็ดหลุด จะเป็นแผลเป็นกลมกว้าง 6-8 มม.

ข้อควรระวัง

1. รักษาผิวหนังบริเวณที่ฉีดให้สะอาด โดยการใช้สำลีสะอาดชุบน้ำต้มสุกที่ทำให้เย็นลงแล้วเช็ดผิวหนังรอบๆ บริเวณที่ฉีดแล้วซับน้ำให้แห้ง เตือนบิดามารดาอย่าให้บ่งตุ่มหนอง

2. แผลจากการฉีด บีซีจี จะปิดๆเปิดๆอยู่ 3-4 สัปดาห์ ไม่จำเป็นต้องใส่ยาหรือปิดแผลเพียงใช้สำลีสะอาดชุบน้ำเช็ดรอยแผลให้สะอาดก็พอแล้ว และใช้ผ้าก๊อซสะอาดปิดแผลบางๆเพื่อให้อากาศสามารถเข้าไปได้ถ้าไม่ต้องการเปิดปากแผลไว้

3. ถ้าต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียงที่ฉีด บีซีจี อักเสบโตขึ้นและเป็นฝี ให้ปรึกษาแพทย์เพื่อทำการผ่าหรือดูดเอาหนองออก

ภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้น

ความต้านทานต่อเชื้อวัณโรคจะเกิดเต็มที่ประมาณ 2 เดือน หลังจากได้รับวัคซีนและสามารถป้องกันวัณโรคปฐมภูมิชนิดกระจายทั่วไป และวัณโรคของเยื่อหุ้มสมองและไขสันหลังได้ในอัตราที่สูงมาก สำหรับวัณโรคปอดนั้น จากรายงานการศึกษาของกองวัณโรค ในเด็กผู้สัมผัสโรคอายุต่ำกว่า 5 ปี พบว่าป้องกันได้ในอัตราร้อยละ 53

First Vaccine

Thursday, March 13th, 2008

BCG is the first vaccine for her.

Hemoglobin E trait

Thursday, March 13th, 2008

After birth my child was tested newborn screening test,and we have just gotten the result last two days. It was presented that Focus has hemoglobin E. I don’t know what is happen because my families have not got any problems with Thalassemia or Sickle cell disease before but I am not sure about my husband’s family. Thus we have got a letter from health care provider to have a blood test both mother and father to check what does the problem come from because this is the common problem that can be found in South East Asia particularly in Thailand, Lao, and Cambodian. It is an inherited condition but it is not severe problem. Thus I would like to share this information with other regarding Hemoglobin E trait in my blog today.

Hemoglobin E is a common but minor blood abnormality in individuals from Southeast Asia.Hemoglobin E trait is the most common, occurring in up to 30% of people from certain areas of southeast Asia.It is an inherited condition, meaning that it may be passed from parent to child. Therefore, many members of a family may be affected, and during an investigation by a blood specialist or other physician, other members of the family might be asked to have blood tests done.

There are several types of hemoglobin E disorders. Hemoglobin E disease (homozygous hemoglobin E disease) is less common and may also occur in association with another common blood condition in Southeast Asia called thalassemia. In thalassemia the blood count may also be slightly low (although not usually causing problems), in association with an unusual appearance of the blood under the microscope.

Even though most of these conditions are not serious, it is important for a correct diagnosis to be made in order that you and your physicians are informed about them since they will remain for your (or your child’s) entire life. Identifying the cause of the anemia as hemoglobin E might avoid unnecessary treatment (such as iron). Also, a correct diagnosis should be made because there are several uncommon forms of hemoglobin E disorders (such as hemoglobin E beta zero thalassemia) which can be serious.

็ำ็็็

Hemoglobin เป็นโปรตีนที่อยู่ในเม็ดเลือดแดงที่สร้างขึ้นโดยโปรตีนสองตัวคืออัลฟ่าและเบต้าซึ่งควบคุมโดยสายพันธุกรรม(ยีนส)์ ก่อนคลอดจะพบเฉพาะ Alpha ( A protein) เท่านั้นจะไม่พบ เบต้าโปรตีน ซึ่งปัญหาของยีนส์สามารถทำให้เกิดความผิดปกติในการสร้าง Hemoglobin ได้

ภาวะ Hemoglobin E trait เป็นภาวะปกติที่พบได้บ่อยในกลุ่มชนบางกลุ่มโดยเฉพาะแถวบ้านเราคือ กัมพูชา ลาว และไทย พบได้มากถึง 30% ภาวะนี้ไม่ใช่ภาวะที่รุนแรงมาก เป็นเพียงความผิดปกติของเม็ดเลือดแดงซึ่งถ่ายทอดกันได้ทางพันธุกรรม Hemoglobin มีหลายชนิด โดยปกติเม็ดเลือดที่พบได้มากที่สุดคือ Hemoglobin A, A2 และ F A เป็น Hemoglobin ที่สมบูรณ์ที่สุด เป็นตัวกำหนดว่า Hemoglobin ในร่างกายปกติหรือไม่หลังคลอด ซึ่งจะประกอบด้วย 2 Alpha และ 2 Beta ,A2 จะพบได้หลังคลอดเช่นกันแต่ไม่มากนัก ประกอบด้วย 2 Alpha และ 2 Delta และ F จะพบมากในช่วงที่ทารกมีการพัฒนาในครรภ์ ประกอบด้วย 2 Alpha และ 2 Gamma

ความผิดปกติของ Hemoglobin ที่พบได้
Hemoglobin S พบใน Sickle cell disease จะำพบว่า 2 Alpha โปรตีนปกติ แต่ 1 ฺำBeta ตัวนึงมีปัญหา พบsickle cell trait
Hemoglobin C
Hemoglobin E trait เป็นภาวะปกติที่พบได้ในกลุ่มคนเอเชีย ทำให้ซีดและม้ามโตได้เล็กน้อย แต่ไม่รุนแรง ไม่ถือว่าเป็นโรคหรือทำให้ป่วย แต่จะมีผลทางพันธุกรรม และถ้าไปเจอกับคนที่มีภาวะเดียวกัน ก็จะถ่ายทอดไปสู่ลูกได้ หรือถ้าไปแต่งงานกันคนที่มีโรคเลือดเช่นธาลัสซีเมีย หรือ Sickle cell อยู่แล้วก็จะให้เกิดภาวะซีดที่รุนแรงได้ ดังนั้นคนที่มีภาวะนี้จึงควรให้คู่ครองตรวจเลือดดูก่อนเพื่อที่จะได้วางแผนการมีบุตรได้ถูกต้องต่อไป

หลังคลอดโฟกัสต้องโดนเจาะเลือดไปตรวจหา Phenylketonuria, Thyroid function, Cystic Fibrosis, Medium Chain Acyl Dehydrogenase และ Hemoglobinopathy ผลออกมาหมอสงสัยว่าเป็น Probable Hemoglobin E trait และจากผลเลือดแม่ไม่พบภาวะดังกล่าว หมอจึงสงสัยว่าน่าจะมาจากพ่อ จึงนัดพ่อไปตรวจเพื่อที่จะดูว่าเป็น Carrier หรือเปล่าและจะได้รู้ตัวไว้ว่าอยู่ในสถานะไหน จะมีลูกอีกคนก็ต้องทำใจว่าจะเกิดภาวะอะไรได้

ส่วนตัวโฟกัสเองก็จะต้องเลือกคู่ครองที่ไม่เป็น Thalassemia trait หรือ Sickle cell trait ใครมาจีบต้องจับตรวจเลือดก่อนนะลูกนะ

โฟกัสลูกพ่อ : Focus and Dad

Tuesday, March 11th, 2008

พ่อลูกไม่รู้ว่าใครติดใคร และใครดูใคร เลี้ยงลูกทีไร เป็นแบบนี้เลย ลูกหลับพ่อก็ขอหลับด้วย

อร่อย : Dummy Yummy Yummy

Saturday, March 8th, 2008

Dummy sometimes is useful if we use it ingeniously.

อาบน้ำครั้งแรก: Baby Bath

Friday, March 7th, 2008

This is the first time for Focus to take a bath by midwife when they visit us at home after discharge from the hospital.

หมดความพยายาม : Lift her head

Wednesday, March 5th, 2008

She try to lift her head and change position but she cannot do this. After that she so tired to do.

อิ่มจริงๆเล้ยยยยยย : Too Full

Wednesday, March 5th, 2008

I am so full. Don’t feed me more mum.